ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เครื่องดื่มสมุนไพรมะเขือพวง
dot
bulletมะเขือพวงกับสุขภาพ
bulletมะเขือพวงกับโรคเบาหวาน
bulletหนังสือคู่มือมะเขือพวง
dot
น้ำสมุนไพรสกัดชีวภาพ
dot
bulletน้ำสมุนไพรสกัดชีวภาพคืออะไร
bulletคุณค่าน้ำสมุนไพรสกัดชีวภาพสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน
bulletจุลินทรีย์กับน้ำสมุนไพรสกัดชีวภาพ
bullet เคล็ดลับ 6 ประการของการมีสุขภาพดีด้วยน้ำ บีวี
dot
ผลิตภัณฑ์
dot
bulletเครื่องดื่มสมุนไพรชามะเขือพวง
bulletน้ำสมุนไพร Be-v
bulletเครื่องสำอางชีวภาพ
dot
สมุนไพรกับสุขภาพองค์รวม
dot
bulletสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำบัดและส่งเสริมสุขภาพองค์รวม
dot
ถามตอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
dot
bulletถาม-ตอบ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรชามะเขือพวง
bulletถาม-ตอบ ผลิตภัณฑ์น้ำสมุนไพรสกัดชีวภาพ
dot
ข่าวบทความเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
dot
bulletข่าวผลิตภัณฑ์ในหนังสือวารสาร
dot
หนังสือนวัตกรรมสุขภาพ
dot
bulletโพรไบโอติก จุลินทรีย์เพื่อชีวิต
bulletหนังสืออื่นๆ
dot
Holistic Way to Health & Wealth วิถีองค์รวมสู่สุขภาพที่ยั่งยืน 6 อ.
dot
bulletอ.อากาศ เพิ่มภูมิต้านทานโรค
bulletอ.อาหาร เพื่อสุขภาพ
bulletอ.แอควา น้ำเสริมสุขภาพ
bulletอ.ออกกำลังกาย ป้องกันโรค
bulletอ.อารมณ์ สมาธิบำบัดโรค
bulletอ.อุจจาระ สะท้อนสุขภาพ
dot
ศูนย์สาธิตพลังพีระมิดเพื่อสุขภาพ
dot
bulletเครื่องพีระมิดเสริมสุขภาพ
dot
อื่นๆที่น่ารู้
dot
bulletองค์ความรู้พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ




เครื่องดื่มสมุนไพร มะเขือพวง

 

 ผลิตภัณฑ์

 

 เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้ง มะเขือพวง

 ศิลปะการชงเครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้งมะเขือพวง บี-วี

                     เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้งมะเขือพวง บี-วี  1  ซอง สามารถชงกับน้ำ  600-1000 มล.โดยสามารถดื่มได้ทั้งแบบเข้มข้น และ    เจือจาง สามารถจิบหรือดื่มได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน หากดื่มไม่หมดใน 1 วัน ควรทิ้งไป หรือแช่เย็นไว้ปละควรดื่มเป็นประจำวันละ 1 ซอง  สามารถแช่เย็นดื่มเป็นเครื่องดื่มเย็น  กากในเยื่อกระดาษให้ทิ้งไป

                                                                                     

เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้ง มะเขือพวง Be-V  มีผลดีต่อสุขภาพได้อย่างไร ?
          

               มะแคว้งกุลา  (มะเขือพวง) วัตถุดิบหลักในเครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้ง มะเขือพวง Be-V เป็นพืชพื้นบ้านที่มีสรรพคุณต่อสุขภาพ ทั้งที่เป็นข้อมูลจากการบอกเล่าสืบต่อกันมาและการได้รับการทดสอบด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีการกล่าวถึง

               สรรพคุณในการช่วยเจริญอาหารและย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ฟกช้ำ  ไอเป็นเลือด ฝีบวมมีหนอง และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงคุณสมบัติที่เด่นชัดของมะแคว้งกุลา (มะเขือพวง)

            เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้เพื่อการตอบสนองต่อสารพิษที่เข้ามายังระบบทางเดินอาหาร การมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันช่วยป้องกันความเสื่อมและแก่ก่อนวัย ฤทธิ์ควบคุมระดับน้ำตาลในโรคเบาหวาน รวมถึงการวิเคราะห์พบสารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกายหลายชนิด  

เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้ง มะเขือพวง Be-V กับความสมดุลของผิวพรรณ
            
บทบาทที่เกี่ยวข้องกับความสมดุลของมะแคว้งกุลา(มะเขือพวง) ที่เกี่ยวเนื่องจากคุณสมบัติในการขจัดสารพิษ (Detox)  ภายในร่างกายได้ ทำให้มีสารพิษตกค้างภายในร่างกายลดลง การดูดซึมกลับของสารพิษจึงลดลงด้วย ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของผิวพรรณ ดังนั้น จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความสดใสจากภายในสู่ภายนอกร่างกาย นอกจากนี้  การพบสารต้านออกซิเดชัน ในมะแคว้งกุลา (มะเขือพวง) ทำให้มีสรรพคุณในการชะลออาการเสื่อมถอยของเซลล์ จากหลาย ๆ สาเหตุ ทั้งนี้ อาจเกิดจากปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม เช่น รังสียูวี สารเคมีต่างๆหรือยาบางชนิด เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเหนี่ยวนำเซลล์ในร่างกายให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันมากกว่าปกติ เกิดอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลในการทำลายเซลล์ นำไปสู่สาเหตุของการเกิดริ้วรอย ผิวหน้าและผิวหนังหมองคล้ำก่อนวัยอันควร

มะเขือพวงกับโรคเบาหวาน
            โรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน “อินซูลิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการเผาผลาญสารอาหารจำพวกน้ำตาล เป็นผลทำให้กระบวนการเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรตเกิดความผิดปกติขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
           จากการวิจัยของสถาบันนวัตกรรมสุขภาพก้าวหน้า โดยศึกษาความสามารถในการต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันของเครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้งมะเขือพวง พบว่าน้ำสมุนไพรมะเขือพวงสามารถลดระดับอนุมูลอิสระซุปเปอร์ออกไซด์ หรืออนุมูลอิสระไนตริกออกไซด์ในเลือดหนูที่เป็นบาหวานได้ ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดสภาวะเครียดออกซิเดชันในหนูทดลองที่มีอาการของโรคเบาหวาน ส่งผลต่อสภาวะเครียดออกซิเดชันในเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้น้ำสมุนไพรมะเขือพวงยังลดไขมันที่ถูกออกซิไดซ์เป็นไขมันตัวร้ายในหนูทดลองที่มีอาการเบาหวาน ผลจาการศึกษาวิจัยยังพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานเหล่านี้ก็ลดลงเช่นกัน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า
เครื่องดื่มที่มีมะเขือพวงเป็นองค์ประกอบมีฤทธิ์ในการลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกิดจากเบาหวานได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตพิการ จอตาพิการ ประสาทพิการ โรคที่เท้าและอวัยวะพิการ

มะเขือพวงกับการดูแลสุขภาพองค์รวมมะเขือพวง
           มะเขือพวงเป็นพืชที่ช่วยเสริมสุขภาพ โดยมีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนไทยคือ ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ฟกช้ำ ไอเป็นเลือด ฝีบวมมีหนอง และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงคุณสมบัติที่เด่นชัดของมะเขือพวงในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้เพื่อตอบสนองต่อสารพิษที่เข้ามายังระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันช่วยป้องกันความเสื่อม และแก่ก่อนวัย มีฤทธิ์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในโรคเบาหวาน อีกทั้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด
            มะเขือพวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ศาสตร์คือ Solanum torvum Sw. ซึ่งเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Solanaceae และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ ภาคเหนือเรียกว่า “มะแคว้งกุลา” ภาคอีสานเรียกว่า “หมากแข้ง” แต่จังหวัดนครราชสีมาจะเรียกว่า “มะเขือละคร” ภาคใต้เรียกว่า “เขือน้อย เขือพวง ลูกแว้ง และเขือเทศ” แต่จังหวัดสงขลาจะเรียกว่า “มะแว้งช้าง”
           มะเขือพวงเป็นไม้พุ่มยืนต้นข้ามปี แตกต่างจากมะเขือทั่วไปที่เป็นพืชล้มลุก มะเขือพวงเป็นมะเขือโบราณที่มีทวิลักษณะ (ลักษณะขัดแย้งกัน 2 อย่าง) คือ มีพุ่มต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดามะเขือด้วยกัน แต่มีผลที่มีขนาดเล็กที่สุด

 

มะเขือพวงมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร
          มะเขือพวง 100 กรัม มีธาตุเหล็กประมาณ 43 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าปริมาณธาตุเหล็กที่พบในเลือดไก่ และผักโขมซึ่งถือว่าเป็นผักใบเขียวที่มีธาตุเหล็กสูงในอันดับต้น ๆ ถึง 1 เท่าตัว
          มะเขือพวง 1 ถ้วยตวง มีธาตุแคลเซียมประมาณ 299 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าปริมาณธาตุแคลเซียมที่พบในนมสด UHT 1 กล่อง (240 มล.) ซึ่งมีปริมาณแคลเซียม 240 มิลลิกรัม
          ผลของมะเขือพวงจะมีรสขื่น เฝื่อน อมเปรี้ยวเล็กน้อย นิยมนำผลมาต้มกับน้ำแล้วกรองดื่มเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำ มีสรรพคุณในการขับเสมหะ ช่วยระบบย่อยอาหาร รักษาอาการเบาหวาน
           จากการศึกษาวิจัยพบว่า
มะเขือพวงมีสารเส้นใยชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เพกติน (Pectin) ซึ่งเป็นสารที่พบมากในผนังเซลล์ของพืช ผัก และผลไม้ต่าง ๆ เพกตินสามารถละลายน้ำได้ แล้วเปลี่ยนรูปเป็นวุ้นไปเคลือบผิวลำไส้เพื่อเพิ่มความหนาของชั้นเมือกของผิวลำไส้ ซึ่งการเป็นวุ้นนี้จะช่วยเพิ่มความหนืดของอาหาร ทำให้อาหารเคลื่อนตัวช้า ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง ระดับน้ำตาลในเลือดจึงไม่สูงฉับพลัน จึงช่วยในการควบคุมโรคเบาหวาน และช่วยดูดซับน้ำดีจากระบบทางเดินอาหาร ทำให้ตับเร่งสร้างน้ำดีขึ้นมาทดแทนโดยใช้โคเลสเตอรอลจากตับเอง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแข็งและตีบตัน เพกตินยังมีคุณสมบัติในการดูดซับไขมันส่วนเกินจากอาหาร ลดการดูดซึมอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่ร่างกาย สามารถป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจได้ นอกจากนี้ในขณะที่เพกตินเคลื่อนตัวมาที่บริเวณลำไส้ สารเส้นใยนี้สามารถดึงน้ำไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ และกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ จากการศึกษาพบว่ามะเขือยาวและมะเขือเปราะ ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับมะเขือพวง กลับมีปริมาณเพกตินที่น้อยกว่า โดยมะเขือพวงมีปริมาณเพกตินสูงสุด มะเขือยาวมีปริมาณเพกตินน้อยกว่ามะเขือพวง 3 เท่า และมะเขือเปราะมีน้อยกว่า 65 เท่า แม้ว่าจะมีผักหลายชนิดที่มีสารเส้นใยสูง แต่มะเขือพวงได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งผักพื้นบ้านในเรื่องของสารเส้นใย เนื่องจากมีปริมาณสารเส้นใยมากที่สุดเมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านของไทยทั้งหมด
 

สารสำคัญที่พบในมะเขือพวง
           มะเขือพวงมีสารสำคัญ 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ สารกลุ่มไฟโตนิวเทรียนท์ และสารกลุ่มอัลคาลอยด์


1.ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient)

           หมายถึง สารอาหารที่ได้รับจากพืช ซึ่งต่างจาก นิวเทรียนท์ (Nutrient) คือ เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะปกติ ไฟโตนิวเทรียนท์จะไม่มีผลใด ๆ ต่อร่างกาย แต่เมื่อร่างกายเกิดสภาวะขาดแคลน สารอาหารเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ดียิ่งขึ้น สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ซึ่งสารที่สำคัญคือ Torvoside A, H และซาโปนิน

           Torvoside สามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด เนื่องจากมีโครงสร้างของสารที่คล้ายกับโคเลสเตอรอล จึงช่วยให้ลดการดูดซึมโคเลสเตอรอลที่ลำไส้ แล้วกระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้มากขึ้น รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย จึงป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และมีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือด

            ซาโปนิน (Saponin) เป็นไฟโตนิวเทรียนท์ที่พบในมะเขือพวง โดยสาร Torvonin B เป็นซาโปนินชนิดหนึ่งที่ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ ลักษณะเด่นของสารซาโปนินคือ สามารถเกิดฟองได้เมื่อนำไปละลายน้ำเนื่องจากเป็นสารลดแรงตึงผิว จึงนำไปใช้เป็นยาเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะสามารถทำให้ผนังเซลล์ของเชื้อโรคเป็นรูได้ ทำให้แอนติบอดีในร่างกายสามารถเข้าไปในเซลล์ของเชื้อโรคได้


 
2.อัลคาลอยด์ (Alkaloids)

              หมายถึง สิ่งที่เหมือนด่าง (Alkali-like) หรือด่างจากพืช (Vegetable alkali) อัลคาลอยด์มีฤทธิ์เป็นด่าง ส่วนมากจะเป็นของแข็ง และเป็นผลึกที่มีจุดหลอมเหลวเฉพาะ มีรสขม ไม่มีสี มีความเสถียรต่ำ เนื่องจากเป็นด่างจึงสลายตัวง่ายถ้าโดนแสง หรือความร้อนนาน ๆ มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท แต่จะมีผลต่ออวัยวะต่างกัน จึงนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แต่ถ้ารับประทานมะเขือพวงเกิน 200 ผลภายในครั้งเดียว อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตับได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง แต่อัลคาลอยด์เป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย ซึ่งหากนำมาผ่านความร้อนแล้ว ก็จะสามารถบริโภคได้ด้วยความปลอดภัย อัลคาลอยด์ที่พบในมะเขือพวงคือ โซลาโซดีน อัลคาลอยด์ยังเป็นสารที่ละลายน้ำยาก จึงพบมากโดยเฉพาะในกากมะเขือพวง เมื่อเทียบกับส่วนน้ำมะเขือพวง

            โซลาโซดีน (Solasodine) เป็นสารที่มีสรรพคุณในการต้านโรคมะเร็ง จากการศึกษาวิจัยพบว่า สารโซลาโซดีนมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์อันเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็ง

บริโภคมะเขือพวงสดติดต่อกันได้หรือไม่ ?

            ไม่ควรบริโภคมะเขือพวงสดติดต่อกัน เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของสารอัลคาลอยด์ที่ตับได้ สารนี้เมื่อผ่านความร้อนจะสลายไปบาง   ส่วน สารนี้ละลายน้ำยาก จึงแนะนำให้บริโภคเฉพาะส่วนของน้ำมะเขือพวง ไม่ควรกินส่วนกาก เพื่อป้องกันการสะสมของสารอัลคาลอยด์ในร่างกาย

 

สนใจ เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดแห้ง มะเขือพวงหรือข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

อื่นๆ

     มะเขือพวงกับเบาหวาน      คลิกที่นี่ 

     ผลิตภัณฑ์        คลิกที่นี่                     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    

 

 

          

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.